เดอะโอ๋!!!ประธานการประชุมข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้างตำรวจภูธรภาค 1”

เดอะโอ๋!!! ประธานการประชุมข้าราชการตำรวจที่ปฎิบัติหน้าที่ในศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง ตำรวจภูธรภาค 1 (ศปอร.ภ.1


วันนี้ 13 ก.พ. 2563 ที่ห้องประชุมเอราวัณ ชั้น 3 ภ.1 พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์รอง ผบช.ภ.1 (สส)/ รอง ผอ.ศปอร.ภ.1 ประธานการประชุมข้าราชการตำรวจที่ปฎิบัติหน้าที่ในศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง ตำรวจภูธรภาค 1 (ศปอร.ภ.1) เพื่อขับเคลื่อน ติดตามเร่งรัดผลการปฏิบัติของหน่วย และมอบนโยบายจากผู้บังคับบัญชา ครั้งที่ 3/2563″ ตามคำสั่ง ภ.1 ที่ 369/2562 ลง 27 ธ.ค.2562 เรื่อง จัดตั้งศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง ตำรวจภูธรภาค 1 (ศปอร.ภ.1)พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง ผบก.สส.ภ.1 พล.ต.ต.ลาภ ศรีสำอางค์ ผบก.ประจำ ภ.1พร้อมด้วย รอง ผบก.ภ.จว., รอง ผบก.สส.ภ.1 ที่รับผิดชอบงาน ปอร., ผกก.สส.ภ.จว., ผกก.สส. 1-4 บก.สส.ภ.1, ผกก.ปพ. บก.สส.ภ.1, ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.ภ.1, เจ้าหน้าที่ ศปอร.ภ.จว.เจ้าหน้าที่ ศปอร.ภ.1 และเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้อง”เข้าร่วมประชุม


พล.ต.ต.ธนายุตม์ กล่าวในที่ประชุมโดยมีข้อสั่งการดังนี้ 1.ให้แต่ละหน่วยเฝ้าระวังบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ที่มีพฤติการณ์เป็นผู้มีอิทธิพล ซึ่งหมายถึง บุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่ดำรงตนด้วยการกระทำการด้วยตนเอง หรือใช้ จ้างวาน สนับสนุนการกระทำการใดๆ ที่ผิดกฎหมาย หรืออยู่เหนือกฎหมาย โดยผลของการกระทำนั้น เป็นการบ่อนทำลายเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนโดยส่วนรวม ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐจะต้องดำเนินการดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน รวมทั้งการจัดระบบงานการบังคับใช้กฎหมาย ให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเท่าเทียมกัน ผู้มีอิทธิพล อาจมีการดำเนินการเป็นเครือข่าย ประกอบด้วยผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลัง กองกำลังหรือเครื่องมือ (มือปืนรับจ้าง บริวาร) แนวร่วมหรือผู้สนับสนุน (ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ นักการเมืองระดับต่างๆ) 2.พฤติการณ์ที่เข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลที่สำคัญ ได้แก่ (16 ฐานความผิด) (1)นายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบ (2)การฮั้วประมูลและขัดขวางการเสนอ/แข่งขันราคา ในการประมูลงานของทางราชการ (3)การเรียกรับผลประโยชน์จากคิวรถจักรยานยนต์ และรถยนต์รับจ้างผิดกฎหมาย (4)การเรียกรับผลประโยชน์จากโรงงาน ร้านค้า สถานบริการ และสถานประกอบการต่างๆ(5)การลักลอบขนสินค้าหนีภาษี น้ำมันเถื่อน น้ำมันปาล์มเถื่อน บุหรี่/สุราเถื่อน และรับเคลียร์การนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย (6)การลักลอบจัดให้มีบ่อนการพนัน โต๊ะพนันบอล หวยใต้ดิน จับยี่กี ตู้เกมส์ไฟฟ้า (7)การลักลอบค้าหญิงและเด็ก บังคับค้าประเวณี โสเภณีเด็ก และให้หมายความรวมถึง ผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ (8)การลักลอบนำคนเข้า-ออก และอยู่ในราชอาณาจักร โดยผิดกฎหมาย(9)การหลอกลวงประชาชนไปทำงานต่างประเทศ (10)การหลอกลวงต้มตุ๋นนักท่องเที่ยว (11) มือปืนรับจ้าง (12)การรับจ้างทวงหนี้ด้วยการข่มขู่หรือใช้กำลัง (13)การลักลอบค้าอาวุธสงคราม อาวุธปืนเถื่อน และให้หมายความรวมถึง ผู้สะสมอาวุธปืนและวัตถุระเบิด (14)การบุกรุกที่ดินสาธารณะ และหรือทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (15)การเรียกรับผลประโยชน์จากการรับเคลียร์หรือคุ้มครองการกระทำผิดบนเส้นทางหลวงและ/หรือสาธารณะ (16)ผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และให้หมายความรวมถึง ผู้สะสมอาวุธที่มีพฤติการณ์คุ้มกันผู้ค้ายาเสพติด และทวงหนี้ที่เกิดจากการค้ายาเสพติด 3.ให้แต่ละ สภ.ดำเนินการจัดทำฐานข้อมูล ประวัติ พฤติการณ์ ของบุคคล กลุ่มบุคคล หรือนิติบุคคล เครือข่ายผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง และหมายจับค้างเก่าเกี่ยวกับมือปืน ในพื้นที่ แล้วเก็บไว้เป็นข้อมูลประจำหน่วย และจัดส่งข้อมูลให้ ศปอร.ภ.จว. 4.ให้แต่ละ บก./ภ.จว. รวบรวมข้อมูลจาก สภ. และจัดทำฐานข้อมูล โดยบูรณาการข้อมูลจาก สภ. ทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดในลักษณะเป็นเครือข่าย หรือเป็นขบวนการระหว่างหลายพื้นที่ในเขต ภ.จว. และจัดส่งข้อมูลให้ ศปอร.ภ.1 5.ให้ ศปอร.ภ.1

รวบรวมข้อมูลจาก บก./ภ.จว. และจัดทำฐานข้อมูล เพื่อนำไปใช้บูรณาการในการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดรายใหญ่ในลักษณะเครือข่าย หรือขบวนการ ที่กระทำผิดระหว่าง บก./ภ.จว. และจัดส่งข้อมูลให้ ศปอร.ตร.ต่อไป 6.ให้แต่ละหน่วยดำเนินการสืบสวนจับกุมการกระทำความผิดที่มีลักษณะเป็นผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง ที่เกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบ และจัดพนักงานสอบสวนที่มีความรู้ความสามารถรับผิดชอบคดีโดยตรง 7.ให้แต่ละหน่วยจัดเตรียมชุดเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน ชุดปฏิบัติการพิเศษ สนับสนุนการปฏิบัติตามความจำเป็น ประสานความร่วมมือในการป้องกัน ปราบปราม สืบสวน สอบสวน กับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม และสร้างทีมสอบสวนที่มีความเชี่ยวชาญ 8.ให้แต่ละหน่วยเฝ้าระวังบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ที่มีพฤติการณ์เป็นมือปืนรับจ้าง ซึ่งหมายถึง ผู้ที่กระทำการใดๆ โดยใช้อาวุธปืน อาวุธ สงคราม หรือวัตถุระเบิด เพื่อประทุษร้ายชีวิตผู้อื่น หรือข่มเหง คุกคาม ให้ผู้อื่นเกิดความเกรงกลัวต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยได้ประโยชน์จากผู้จ้างวานในรูปแบบใดรูปแบหนึ่งและให้หมายความรวมถึงผู้ที่เคยมีพฤติการณ์เป็นมือปืนรับจ้าง และปัจจุบันได้เลิกกระทำการแต่ก็คาดว่าน่าจะกลับมา กระทำผิดอีก มีหมายจับแล้วแต่ยังไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี 9.กลุ่มเป้าหมายบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ที่มีพฤติการณ์เป็นมือปืนรับจ้าง 9.1บุคคลเป้าหมายระดับ 1 หมายถึง บุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นมือปืนรับจ้าง เชื่อว่าทำผิดแล้วแต่ไม่มีพยานหลักฐาน หรือพ้นโทษ หรือศาลยกฟ้อง หรืออยู่ระหว่างดำเนินคดี 9.2บุคคลเป้าหมายระดับ 2 หมายถึง

บุคคลที่เชื่อว่าจะมีพฤติการณ์เป็น มือปืนรับจ้าง ( ดาวรุ่ง ) 9.3 บุคคลเป้าหมายระดับ 3 หมายถึง บุคคลในเครือข่าย ซุ้มมือปืน เช่น ผู้ว่าจ้าง ผู้จัดหา ( เอเย่นต์ ) ผู้ให้ความคุ้มครอง หัวหน้าซุ้มมือปืน 9.4 บุคคลเป้าหมายระดับ 4 หมายถึง ผู้กระทำผิดโดยใช้อาวุธปืน หรือวัตถุ ระเบิดในการกระทำผิดตลอดจนการฆาตกรรมอำพราง เช่น นำศพไปเผา ถ่วงน้ำ รับจ้างสังหารบุคคลอื่น นอกเหนือจากวิธีที่กล่าวมา 10.ให้แต่ละหน่วยจัดทำข้อมูลมือปืนรับจ้าง ผู้ต้องหา ผู้ต้องขัง และบุคคลพ้นโทษ ในคดีอุกฉกรรจ์ที่คนร้ายในอาวุธปืนในการก่อเหตุ และผู้เกี่ยวข้อง 11.เร่งรัดสืบสวนคดีอุกฉกรรจ์ที่คนร้ายใช้อาวุธปืน วัตถะระเบิดในการก่อเหตุ และคดีค้างเก่าที่ยังไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด ในคดีที่เชื่อว่าเป็นคดีใช้จ้างวาน และให้ทำสำนวนการสืบสวนให้ละเอียดทุกคดี 12.เร่งรัดจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจังค้างเก่าในคดีอุกฉกรรจ์ที่คนร้ายใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุ 13.เร่งรัดกวาดล้างอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และสิ่งเทียมอาวุธปืน 14.รวบรวมสถิติที่เชื่อว่าเป็นคดีใช้จ้างวานฆ่า โดยแบ่งเป็น 14.1คดีที่รู้ตัว สามารถออกหมายจับได้ 14.2คดีที่รู้ตัว แต่ไม่สามารถออกหมายจับได้ 14.3คดีที่ไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด 15.ให้แต่ละหน่วยจัดทำแฟ้มคู่กรณีผู้มีอิทธิพลที่ขัดแย้งในพื้นที่ เพื่อเป็นข้อมูลประจำหน่วย 16.ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ตรวจสอบ ควบคุม กำกับดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ห้ามมิให้เรียกรับผลประโยชน์จากผู้กระทำความผิด การจับกุมในลักษณะกลั่นแกล้ง มีส่วนพัวพัน หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หากพบว่ามีการกระทำความผิดให้ดำเนินการทั้งคดีอาญา ทางวินัยและทางปกครอง อย่างถึงที่สุด

Close