กาญจนบุรี”เริ่มดำเนินการมาตรการ”กลับจากกทม.และพื้นที่เสี่ยง รายงานตัวกับผู้นำชุมชน”

กาญจนบุรี เริ่มดำเนินการมาตรการ กลับจาก กทม.และพื้นที่เสี่ยง ให้รายงานตัวกับผู้นำชุม ก่อนกักตัวในบ้าน14 วัน ภายใต้การติดตามดูแลของเจ้าหน้าที่สาสุข และอสม.

วันนี้ 24 มี.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จุดผ่อนปรนชั่วคราวทางการค้า ช่องทางด่านเจดีย์3องค์ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีพื้นที่ติดกับ บ้านพญาตองซู ประเทศเมียนมา จุดบริเวณหน้าด่าน ตม.สังขละบุรี เจ้าหน้าที่ประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ตมและผู้นำท้องที่ ได้ร่วมกันเฝ้าระวังการลักลอบเข้ามาของชาวเมียนมา ขณะที่ฝั่งตรงข้ามเจ้าหน้าที่ ทหารและพยาบาล ของ เมียนมา ได้ตั้งด่านตรวจคัดกรอง ชาวเมียนมา ที่เดินทางจากพื้นที่บ้านบ่อญี่ปุ่นและบ้านไร่อ้อย ซึ่งอยู่ติดชายแดนไทย โดยการวัดอุณหภูมิร่างกาย ก่อนจะอนุญาตให้เดินทางผ่านด่านตรวจ เพื่อเข้าไปในพื้นที่ชุมชนและตลาด ในเมืองพญาตองซู ส่วนแรงงานชาวเมียนมา ที่เดินทางกลับจากประเทศ พบว่าบางส่วนเมื่อรู้ข่าวว่าทางการเมียนมา ไม่อนุญาตให้เดินทางกลับ ได้อาศัยพักตามวัดและบ้านญาติ ในพื้นที่บ้านไร่อ้อยและบ้านบ่อญี่ปุ่น โดยขณะนี้มีข้อมูลว่ามีมากกว่า 500คน ที่ตกค้างใน2หมู่บ้าน

ด้านนายสถาพร บุญสมจิตร์ ผญบ.บ้านพระเจดีย์สามองค์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จากคำสั่งกระทรวงมหาดไทย เรื่องขอความร่วมมือบุคคลที่เดินทางกลับจาก กทม และพื้นที่เสี่ยง ให้รายงานตัวต่อฝ่ายปกครองเพื่อให้สาธารณสุขสามารถเข้าไปติดตามพร้อมกักบริเวณตัวเองนั้น วันนี้ตนเองจะจัดกิจกรรมเดินเคาะประตูบ้าน เพื่อสำรวจบุคคลในกลุ่มดังกล่าว โดยจะร่วมกับ อสมและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เมื่อได้ข้อมูลและรู้ตัวบุคคลและจะได้มอบหมายให้ เจ้าหน้าที่ รพ.สต.พระเจดีย์สามองค์เข้าไปให้คำแนะนำในการดูแลตนเองและบุคคลรอบข้าง พร้อมทั้งติดตามดูอาการหากมีไข้สูง จะได้นำตัวส่งรพ ได้ทันท่วงที หากไม่มีอาการก็จะทำการกักตัวในบ้านจนกว่าจะครบ จำนวน 14 วัน ตามประกาศ

ขณะบรรยากาศบริเวณด่านเจดีย์สามองค์ เป็นไปอย่างเงียบเหงา มีนักท่องเที่ยวไม่ถึง10 คน ที่เดินทางมาซื้อสินค้าปลอดภาษีจำพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอลและบุหรี่ ซึ่งเป็นร้านค้าที่มาเปิดบริเวณหลังป้ายสุดแดนตะวันตก ในฝั่งเมียนมา ซึ่งหลายคนตั้งคำถามว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทำไมยังปล่อยให้มีการซื้อขาย และ อาจเป็นอีกจุดเสี่ยง ที่จะก่อให้เกิดปัญหาในการป้องกันโควิต ในพื้นที่ ส่วนร้านค้าในฝั่งไทยส่วนใหญ่ทำการปิดกิจการ มีร้านที่เปิดขายสินค้าตามปกติเพียง2-3 ร้านเท่านั้น

เช่นเดียวกับสถานประกอบการ โรงงาน ในพื้นที่ต่างปิดกิจการลงเนื่องจากแรงงานส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมา ขณะที่ฝ่ายความมั่งคงและฝ่ายปกครองจัดเจ้าหน้าที่ทหารและอส.เฝ้าตามช่องทางต่างๆที่สามารถเดินทางเข้าออกได้ พร้อมทั้งนำลวดหนามมาขึงไว้ เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าประเทศ ทั้งช่องทาง ซ.พาณิชย์4-8 ช่องทางประตูสังกะสี ตรงข้ามสถานีตำรวจพญาตองซู ของเมียนมา ช่องทางโค้ง6พันไร่ ช่องทางบ้านไร่อ้อย

ขณะที่ พอ.สิทธิพร จุลปานะ ผบ.ฉก.ลาดหญ้า (กองกำลังสุรสีห์) ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจด่านความมั่นคง บริเวณบ้านน้ำเกิ๊ก ใกล้ชานแดนไทย-เมียนมา ให้เพิ่มมาตรการเข้มงวดในการตรวจตรา บุคคลที่เดินทางผ่านด่าน โดยจะไม่อนุญาตให้แรงงานเมียนมา ที่มีพาสปอร์ตผ่านเข้าออกพร้อมทั้งตรวจสอบการลักลอบนำเข้า-ออก สินค้าที่ผิดกฏหมายรวมทั้งยาเสพติด โดยกำชับให้กำลังพลทุกนายสวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิต

นายปกรณ์ กรรณวัลลี ได้ประชุมกับหน่วยงานสาธารณสุขและผู้นำชุมชนในพื้นที่ตำบลปรังเผล ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อ อ.ทองผาภูมิ โดยในที่ประชุมมีมติจัดตั้งจุดคัดกรองบุคคลที่จะเดินทางเข้าออก อ.สังขละบุรี ขึ้นที่บริเวณจุดตรวจร่วมจงอั่ว โดยการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายหากพบว่าสูงกว่า 37.5องศา จะขอความร่วมมืองดเดินทางเข้าพื้นที่ อ.สังขละบุรี พร้อมทั้งนำส่งตัวให้โรงพยาบาลต่อไป แม้ขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยและผู้ต้องสงสัยที่ป่วยด้วยไวรัส โควิต 19 ก็ตาม แต่เพื่อเป็นการป้องกัน จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามมาตรการของรัฐบาล ซึ่งอาจสร้างความไม่สะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางไปบ้าง จึงขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการทำงาน เพื่อทุกคนจะได้ผ่านวิกฤต ครั้งนี้ไปได้

ปรีชา ไหลวารินทร์ / กาญจนบุรี

Close