ปราจีนบุรี”ภรรยาปั่นซาเล้งพาสามีตาบอดเข้ากทม.

ปราจีนบุรี ภรรยาสาวปั่นซาเล้งพาสามีตาบอดจากสระแก้วไปกทม

 

ผู้สื่อข่าวจังหวัดปราจีนบุรีได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบ 2 สามีภรรยาปั่นซาเล้งจาก จ.สระแก้วเพื่อที่จะไป​ กทม.พลเมืองดีแจ้งเพิ่มเติมอีกว่าภรรยาสาวจูงซาเล้งให้สามีนั่งขอให้ตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปยังศาลาที่พักริมทางริมทางถนน 304 ขาล่องช่วงบริเวณปากทางเข้าบ้านตรอกปลาไหล ต.ย่านรี พบชายหนุ่ม-หญิงสาววัยกลางคนกำลังพักอยู่ในศาลาริมทาง มีรถซาเล้งสภาพเก่า1 คันมีของเก่าเต็มคันรถ รอบข้างซาเล้งนั้นมีรูปพระบรมฉายาลักษณ์ ร.9 หลายใบ ฝ่ายชายกำลังนั่งกินข้าวฝ่ายหญิงนั่งข้างๆทางจึงสอบถาม จากการสอบถามชื่อนางพยอม ภูกาบทอง อายุ 56 ปี

นางพยอมกล่าวว่า ตนเองเดินทางกับสามีมาจาก จ.สระแก้ว บ้านเกิดของสามี สามีชื่อนายชายจอมหงษ์ อายุ 48 ปี สามีตาบอดเมื่อปี พ.ศ.2562เป็นตาต้อทั้งสองข้างมองไม่เห็นสามีกับตนอาศัยอยู่บ้านพี่สาวคนละพ่อแม่เดียวกัน รับจ้างทั่วไปต่อมาสามีบอกว่าอาศัยเขาอยู่เกรงใจเขา อยากไปหาอยู่ที่อื่นตามลำพัง ตนเองเป็นชาวอีสานเคยไปทำงานอยู่ จ.นนทบุรีเช่าบ้านอยู่เก็บของเก่าขายเมื่อสามีไม่อยากอยู่ก็จะพาสามีไป กทม.อยู่แบบคนเร่ร่อนทั่วไป สามีน้อยใจที่ไม่มีบัตรประชาชน ติดต่อขอทำบัตรคนพิการก็ทำไม่ได้อยากไปตายเอาดาบหน้าอยู่กินกันมาตั้งแต่ปี 57 ไม่มีลูกด้วยกัน ปั่นซาเล้งออกมาตั้งแต่วันที่ 27 กค.ที่ผ่านมาค่ำไหนนอนนั่น ซาเล้งปั่นไม่ได้แล้วลูกปืนแตกตนไสให้สามีนั่ง เหนื่อยก็เหนื่อยแต่ก็ทนเพราะไม่มีอะไรดีกว่านี้อยากพาสามีไป กทม.ตามทางเผื่อว่ามีคนใจบุญหรือมีใครพอที่จะช่วยรักษาตาของสามีให้มองเห็น

ถ้าไม่มีก็จะพากันอยู่ด้วยกันแบบนี้ต่อไป ใครให้เงินร้อยครึ่งร้อยก็เอาพอได้ซื้อข้าวกินจูงซาเล้งเก่าๆมาตามทางเห็นขวดเห็นอะไรที่พอเก็บขายได้ก็เก็บใส่ถุงแวะขายตามร้านรับซื้อของเก่าตามทางทั่วไปนายชาย กล่าวว่า ตนเองตาบอดตั้งแต่ ปี 62 เป็นต้อกระจกฟ่าฟางมองอะไรไม่เห็น เมื่อชีวิตไม่มีอะไรดีก็จะขอไปตามทางไปตายเอาดาบหน้า เผื่อว่ามีใครช่วยทำบัตรประชาชนให้ได้และพาไปรักษาตาให้หายเป็นปกติ ถ้าไม่มีทำไม่ได้จะไม่โทษใคร ไม่มีอะไรติดตัวมามีแค่เสื้อผ้าคนละ2 ชุดเท่านั้นไม่มีเครื่องมือสื่อสาร ของภรรยามีแต่หายตอนแวะพักที่ปั้มน้ำมัน ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรวันนี้ขอไปตามทางก่อน…

Close