นรข.มุกดาหาร”จับกุมแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง

เพื่อป้องกันโควิด 19
มุกดาหาร- นรข. มุกดาหาร จับกุมแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี แรงงานชาวลาวสารภาพจ่ายค่าหัวจากต้นทางจนถึงกรุงเทพจำนวน 4,700 บาทต่อคน

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 63 ภายใต้การอำนวยการของ นาวาเอก สุรศักดิ์ สุวรรณเกษา ผบ.นรข. เขตนครพนม นาวาเอก อมรศักดิ์ ชนะศึก หัวหน้ายุทธการและการข่าว กองบังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำดขง เขตนครพนม ได้รับรายงานจากสายว่า จะมีคนต่างด้าว (คนลาว) ลักลอบเข้ามาบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านนาสีนวน ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จึงได้สั่งการให้ นาวาโท สิทธิ์ศักดิ์ สิทธิกุล หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร นำกำลังเจ้าหน้าที่ นรข. พร้อมประสาน พ.ต.ท.ธีระวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ รอง ผกก. ตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ตชด.234 และทหารพราน ลงพื้นที่ที่ได้รับแจ้งดังกล่าว
กระทั่งมีเรือกีบเพลายาวจาก สปป.ลาว แล่นเข้ามาจอดที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านส้มป่อย แล้วมีผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก ได้ลงจากเรือแล้วเดินขึ้นมาจกริมฝั่งแม่น้ำโขงส่วนเรือกีบหางยาวลำดังกล่าว ได้หันหัวเรือแล้วแล่นมุ่งหน้าข้ามไปยังฝั่งสปป.ลาว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าแสดงตัวเพื่อขอตรวจสอบกลุ่มคนดังกล่าว พบเป็นชาวลาวทั้งหมดจำนวน 7 คน ตรวจสอบไม่พบเอกสารใด ๆมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวต่างด้าวทั้งหมดมาที่ สถานีเรือมุกดาหาร และได้ทำประวัติทั้งหมด ทราบชื่อ 1.ท้าวพรชัย แก้วลำพร อายุ 21 ปี บ้านป่าหนาม เมืองอุทุมพร แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว 2. ท้าวบุญเอื้อ ศุภสัย อายุ 25 ปี บ้านป่าหนม เมืองอุทุมพร แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว 3. ท้าวดวง ศรีสุข อายุ 20 ปี บ้านผักขะส้มป่อย นครไกรสอนพมวิหาร แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว 4. นางสาวพิสมัย ราชสุรินทร์ อายุ 24 ปี บ้านเซโน เมืองอุทุมพร แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว 5. นางน้อย ( ไม่มีนามสกุล ) อายุ 20 ปี บ้านพลาญชัย เมืองพลาญ แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว 6. นางปู (ไม่มีนามสกุล) อายุ 40 ปี บ้านพลาญชัย เมืองพลาญ แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว และ 7. นางบัวผัน ( ไม่มีนามสกุล ) อายุ 25 ปี บ้านป่าหนาม เมืองอุทุมพร แขวงสะหวันะเขต สปป.ลาว

จากการสอบถาม นางปู บอกว่า ตนเองได้จ่ายค่าหัวให้นายหน้าคนลาวที่ร่วมกับคนไทย จำนวน 4,700 บาท จากต้นทาง สปป.ลาว จนถึงปลายทาง กรุงเทพมหานคร ต่อคน ตนเองจะไปทำงานที่พัทยา เพราะมีแฟนที่นั่น ตนเองพร้อมเพื่อนที่ข้ามมาด้วยกันจำนวน 13 คน โดยเรือเที่ยวแรกมาด้วยกัน 7 คน และอีก 6 คน เรือกำลังจะไปรับที่ฝั่ง สปป.ลาว พอมาถึงฝั่งประเทศไทย จะมีรถตู้มารับที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง จนมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน
นาวาเอก สุรศักดิ์ สุวรรณเกษา กล่าวว่า คนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งทาง สน.เรือมุกดาหาร ได้ควบคุมตัวราษฎรชาวลาวจำนวน 8 คน ซึ่งการเข้าเมืองในยามปกติ มีกฎหมายต้องดำเนินการตามขั้นตอนอยู่แล้ว แต่ในยามฉุกเฉิน เนื่องจากการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 ฉะนั้นมาตรการเข้มงวดจะมากขึ้น การเข้าเมืองโดยมิชอบ เนื่องจากผิดกฎหมายแล้ว ยังส่งผลกระทบกับการควบคุมป้องกันการระบาดของโควิด 19 อีกด้วย เพราะฉะนั้นไทยจะมีมากกว่าปกติ ทาง นรข. เองก็จะเข้างวดกวดขันไม่ให้ผ่านโดยเด็ดขาด เพราะปัจจุบันต้องผ่านขั้นตอน การจะเข้ามาในประเทศไทยได้ต้องกักตัวก่อน ต้องแน่ใจแล้วไม่ใช่ผู้ป่วย ดังนั้นการควบคุมหรือการจับกุมต้องเคร่งครัด โดยเฉพาะชาวลาวไม่มีโทษมากมายนัก แค่ผลักดันกลับไป ถ้าเป็นคนไทยทั้งจำทั้งปรับการนำพาต่างด้าว

นาวาโท สิทธิ์ศักดิ์ สิทธิกุล หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร กล่าวว่า สถานีเรือมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากสายว่า จะมีการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย บริเวณบ้านนาสีนวน จึงได้นำกำลังไปบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งเวลา 14.00 น. พบเรือกีบเพลายาวเข้ามาบริเวณฝั่ง ทางเราพร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเข้าควบคุมตัว ตรวจสอบเป็นชาวลาว 8 คน เป็นชาย 3 เป็นหญิง 5 คน และกำลังจะมีรถตู้มารับ เพื่อจะมุ่งหน้าไปพื้นที่ตอนใน จากการสอบถามจะเข้าไป กทม. เป็นส่วนใหญ่

ด้าน ว่าที่ พ.ต.ต. วรกานต์ สาระปัญญา สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด 19 ทำให้การเดินทางเข้าประเทศของชาวต่างชาติมีความยาก และก็จำกัดประเภทของการเข้า จะเข้ามาทำงาน หรือเข้ามาท่องเที่ยวค่อนข้างที่จะลำบาก ทำให้มีผู้ลักลอบเข้าเมืองมากขึ้น สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร มีนโยบายเข้มงวดกวดขันในการเฝ้าระวังตามแนวชายแดน
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ถ่ายรูป ทำประวัติ และตรวจโรค พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป..

อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร

Close