ชาวบ้านดอนเจดีย์”เฝ้าติดตามการขนย้ายขยะ

กาญจนบุรี วันที่ 6 ชาวบ้านดอนเจดีย์ เฝ้าติดตามการขนย้ายขยะออกจากพื้นที่กลางใจชุมชน ฝากให้ดำเนินการเช่นนี้ต่อเนื่องตามข้อตกลงตลอดไป ส่วนทางเทศบาลเตรียมติดกล้องวงจรปิดและเจ้าหน้าที่เฝ้าบ่อขยะแล้ว

 

จากกรณีที่ชาวบ้านดอนเจดีย์ ได้มีตัวแทนรวมตัวประมาณ 100 คน บริเวณบ่อขยะกลางชุมชน เพื่อประท้วงหาผู้รับผิดชอบให้ออกมารับผิดชอบอย่างจริงจัง กับบ่อขยะกลางหมู่บ้านดังกล่าว ซึ่งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ตามข่าวที่เสนอไปก่อนหน้านี้

วันนี้ 14 ม.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ลงพื้นที่บ่อขยะเจ้าปัญหาอีกรอบ พบว่าได้มีตัวแทนชาวบ้านผลัดกันเป็นจิตอาสา ได้เดินทางออกไปเฝ้าติดตามการขนย้ายขยะบริเวณดังกล่าว เป็นวันที่ 6 แล้ว โดยขยะทั้งหมดได้ถูกขนย้ายไปในพื้นที่มีบุคคลต้องการ ซึ่งการขนย้ายออกไปแล้วกว่า 5 ตัน โดยใช้รถบรรทุกสิบล้อจำนวน 3 คัน ขนย้ายออกไปเกือบ 300 เที่ยวแล้วตามความต้องการของชาวบ้านในพื้นที่

สำหรับพื้นที่กองขยะเป็นพื้นที่สาธารณะจำนวนประมาณ 10 ไร่ ส่วนการขนย้ายขยะทั้งหมดนี้เป็นวันที่ 6 แล้ว แต่ยังพบว่ายังมีขยะอีกจำนวนมากที่ยังถูกฝังลึกบริเวณดังกล่าวอีกเป็นจำนวนมาก โดยหลังจากนำขยะทั้งหมดขึ้นมาแล้ว จะนำหินกรวดไปเทกลบลงในบ่อขยะปรับพื้นที่ให้เรียบเสมอกับผิวถนน เพื่อให้ประชาชนได้นำขยะมาทิ้งเป็นการชั่วคราวตามข้อตกลง โดยจะต้องขนย้ายออกทุกเดือน เพื่อลดปัญหา จนกว่าทางเทศบาลจะมีรถขยะ ถังเก็บขยะไปรองรับในชุมชนต่อไป

 

และตัวแทนชาวบ้านที่เดือดร้อนได้กล่าวว่า รู้สึกพอใจในระดับหนึ่งที่ได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะที่มีภาคเอกชนเข้ามาร่วมกับทางเทศบาล ในการขนย้ายขยะทั้งหมดออกไปเพื่อปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นจุดทิ้งขยะชั่วคราว โดยหลังจากมีการขนย้ายขยะ ก็รู้สึกโปร่งหายใจสะดวกขึ้น ต่างกับช่วงก่อนที่ขยะได้ทับถมมานานหลายสิบปีทั้งกลิ่นเหม็น เกิดไฟไหม้ควันฟุ้งไปทั่วบริเวณทำให้เกิดปัญหาระบบทางเดินหายใจเป็นอันมาก โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนยิ่งเดือดร้อนหนัก รถรับนักเรียนยังไม่เข้าไปรับ เนื่องจากกลิ่นเหม็นและน้ำที่ไหลไปทั่วบริเวณถนนทางเข้าหมู่บ้าน รู้สึกดีมากเกิน 80 เปอร์เซ็นต์ แล้วแต่ก็ต้องเฝ้าดูไปก่อนว่าจะดำเนินการเช่นนี้ได้ต่อเนื่องหรือไม่ และเมื่อทางเทศบาลมีถังขยะรถเก็บขยะก็ขอให้ปิดบ่อขยะแห่งนี้ทันทีได้เลย ชาวบ้านไม่ขัดข้อง แต่ช่วงนี้หากไม่ทิ้งจุดนี้ก็ไม่มีจุดทิ้งขยะจุดอื่นเช่นกัน ก็ต้องขอฝากให้ผู้เกี่ยวข้องดูแลเช่นนี้ตามข้อตกลงกันไว้ตลอดไป จนกว่าจะมีสถานที่ทิ้งที่ดีกว่านี้ เบื้องต้นจะต้องมีการขนย้ายออกไปทุก 2 เดือน ก็ขอให้ดำเนินการเช่นนี้ตลอดไป โดยเฉพาะการดูแลขยะให้คัดแยกออกก่อนนำมาทิ้ง เพื่อไม่ให้เป็นพิษต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม วันนี้พอใจมาก แต่วันข้างหน้ายังไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรตามมาอีกต้องเฝ้าติดตามดูกันต่อไป เพราะที่ผ่านมาประชาชนเดือดร้อนมานาน สุดท้ายขอคุณเอกชนที่เข้ามาช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้

ส่วนนายเอนก กาญจนแพทย์นุกุล กำนันตำบลดอนเจดีย์ ชี้แจงว่า บ่อขยะแห่งนี้เป็นการดูแลของทางเทศบาลดอนเจดีย์ แต่การดำเนินการมีความล่าช้า ดังนั้นตนเองในฐานะผู้นำท้องถิ่นฝ่ายปกครอง เมื่อชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน เราพอมีเครื่องมือเมื่อทางเทศบาลร้องขอจึงได้เข้ามาช่วยเหลือในเบื้องต้น ทางเทศบาลมีงบประมาณให้เล็กน้อย แต่เมื่อชุมชนเดือดร้อนจึงได้เข้ามาช่วยเหลือ โดยมี นายชาตรี เนียมหอม เป็นผู้เดือดร้อนกับขยะกองนี้เช่นกัน ซึ่งมีเครื่องจักรรถแบ็คโฮ รถบรรทุกสิบล้อ รถไถ จึงได้ไปประสานขอความร่วมมือเข้ามาช่วยเหลือ โดยเอกปัญหาที่ชาวบ้านเดือดร้อนออกไปจากพื้นที่ โดยมีผู้สนใจต้องการขยะนี้ไปเก็บเพื่อแปรสภาพ เป็นการลดปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน รวมถึงเพื่อเป็นการไม่ให้ปัญหาลุกลาม ส่วนขยะทั้งหมดกว่า 500 ตัน ขนเป็นวันที่ 6 งบประมาณทางเทศบาลจัดสรรงบค่าเชื้อเพลิงมา 1 แสนบาท และจริงๆ แล้วงบประมาณนี้ก็ไม่เพียงพอหากเป็นการว่าจ้างให้ทำการขนย้ายขยะทั้งหมดนี้ คงต้องขอบคุณ คุณชาตรี เนียมหอม ซึ่งมีบ้านใกล้เคียงบ่อขยะที่ได้นำรถทั้งหมดไปช่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแถมควักกระเป๋าส่วนตัวเพื่อสมทบในครั้งนี้ด้วย ซึ่งงบเทศบาล 1 แสนงบทางเทศบาลนั้น ก็เป็นค่าเชื้อเพลิงบางส่วนเท่านั้น หากนำขยะทั้งหมดขึ้นก็จะมีปรับพื้นที่ตรงนี้โดยใช้หินกรวดถมให้เต็มเป็นพื้นเดียวกัน เพื่อให้เป็นจุดผ่อนปรนการทิ้งขยะชั่วคราวไปก่อน แต่จะต้องมีการขนย้ายออกไปทุกเดือนตามที่ตกลงกับชาวบ้าน เพื่อลดปัญหาขยะ ส่วนขยะในพื้นที่จริงๆ มีเพียงไม่ถึง 2 ตัน ต่อเดือน แต่ก็คงห้ามบุคคลนอกไม่ให้ทิ้งคงไม่ได้ แต่หากบริหารจัดการดีๆ ปัญหาคงไม่เกิดขึ้นมาอีก

นายชุมพล คชายุทธ นายกเทศบาลตำบลดอนเจดีย์ ได้ชี้แจงถึงปัญหานี้ว่าทางเทศบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการประชุมกับทางปลัดเทศบาลต่อเนื่อง ที่สำคัญทางเทศบาลไม่มีงบประมาณที่จะไปซื้อรถขยะมาใช้เพราะขาดงบประมาณ ได้ของบประมาณไปทางส่วนกลางนานแล้วแต่ยังไม่ได้มีการจัดสรรลงมา และเมื่อเกิดปัญหาความเดือดร้อนนี้ขึ้น คาดว่าคงไม่นานน่าจะได้รับงบประมาณมาจัดซื้อรถขยะ เนื่องจากงบประมาณของทางเทศบาลเองก็มีไม่เพียงพอจะมาจัดซื้อรถขยะได้

และหลังจากนี้เมื่อนำขยะออกไปแล้วก็จะมีการปรับพื้นที่ให้เป็นจุดผ่อนปรนการทิ้งขยะ และจะนำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งเพื่อดูไม่ให้ผู้นำขยะมาทิ้งต้องเป็นบุคคลในพื้นที่เท่านั้น รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าดูแลบริเวณบ่อขยะชั่วคราวนี้ต่อไปด้วย

ปรีชา ไหลวารินทร์/ กาญจนบุรี

Close