กระบะเสียหลัก”ข้ามเลนส์ประสานงาดับ 3 เจ็บ 1”

พะเยา-กระบะข้ามเลนส์ ประสานงานชนสยองดับ 3 ราย สาหัสอีก 1 คาดเส้นทางมืดไม่มีไฟส่องสว่างข้างทาง

วันที่ 2 มี.ค.64 เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ร.ต.อ.ทวี แก้วชมแก้ว พนักงานสอบสวนร้อยเวร สภ.เชียงคำ จ.พะเยา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่บ้านจำบอน ม.12 ต.อ่างทอง อ.เชียงคำ จ.พะเยา ว่ามีเหตุรถกระบะชนประสานงาอย่างแรงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตคาที่ทันที 2 รายและเจ็บสาหัสอีก 2 รายอยู่ที่บริเวณถนนสายจำบอน-สันปูเลย ต.อ่างทอง อ.เชียงคำ ทั้งนี้จึงลงพื้นที่เกิดเหตุพร้อมด้วยทีมกู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจจุดเชียงคำและพร้อมนำเครื่องตัดถ่างไปด้วย เพราะได้รับแจ้งเพิ่มเติมว่าคนบาดเจ็บสาหัสนั้นถูกก็อปปี้ติดอยู่ในรถไม่สามารถช่วยเหลือนำออกมาได้

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าเส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุนั้นค่อนข้างมืดสนิทเพราะไม่มีไฟส่องสว่างข้างทาง นอกจากนี้ยังพบรถกระบะสภาพชนกันพังยับเยินทั้ง 2 คัน โดยคันแรกเป็นรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนเงิน ป้ายทะเบียน บน-6047 พะเยา ซึ่งในรถพบผู้เสียชีวิตคาที่ 2 รายคือ นายเลิศ กาติ๊บ อายุ 54 ปี ชาวบ้านจำบอน ม.12 ต.อ่างทอง อ.เชียงคำ เป็นผู้ขับรถและนายบุญ ชนะพิมพ์ อายุ 77 ปี ผู้โดยสาร เป็นชาวบ้านจำบอน ม.12 ส่วนอีกคัน เป็นรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า ไทเกอร์ ดีโฟดี สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน บฉ-6743 พะเยา ซึ่งได้ข้ามเลนส์มาอีกฝั่งถนน โดยมีคนขับชื่อ นายเกรียงไกร ไข่แก้ว อายุ 59 ปี อาชีพช่างรับเหมา-ก่อสร้าง มากับผู้โดยสารอีกรายไม่ทราบชื่อบาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยสยามรวมใจจุดเชียงคำได้ใช้เครื่องตัดถ่างงัดร่างผู้บาดเจ็บสาหัสทั้ง 2 รายรีบนำตัวส่ง รพ.เชียงคำ ในเวลาต่อมา นายเกรียงไกร ได้เสียชีวิตขณะที่นำส่งโรงพยาบาล

นางเครือวัลย์ กาติ๊บ อายุ 52 ปี ภรรยาของนายเลิศ กาติ๊บ ได้เล่าเหตุการณ์ทั้งน้ำตาให้ฟังว่า ปกติสามีของตนมีอาชีพรับจ้างทั่วไป โดยทุกวันตัวของนายเลิศก็ได้เดินทางไปรับจ้างทำงานที่บ้านร่องแช่ อ.เทิง จ.เชียงราย และจะกลับบ้านโดยใช้เส้นทางนี้ในเวลาช่วงค่ำเป็นประจำ แต่มาครั้งนี้กลับพบว่าสามีของตนได้มาประสบอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ตนเองและลูกสาวไม่ได้ทันตั้งตัวและตกใจทำอะไรไม่ถูกเมื่อเจอเหตุการณ์นี้

ทางด้านนายสมบัติ คำพรรณ์ อายุ 50 ปี ชาวบ้านจำบอน ม.12 ผู้เห็นเหตุการณ์คนแรกได้กล่าว่า เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมาตนเองได้เห็นรถของนายเกรียงไกรขับมาปกติแต่สักพักตนเองได้ยินเสียงชนกันอย่างแรงโดยไม่รู้ว่ารถอีกคันเป็นของนายเลิศ เมื่อตนเองเดินไปดูต้องตกใจ เพราะทั้ง 2 คันนี้เป็นญาติพี่น้องกันทั้งสิ้น ทั้งนี้ตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งญาติของรถกระบะทั้ง 2 คันทันทีและรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ในส่วนเรื่องของถนนเส้นนี้นั้นตนอยากจะขอฝากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยมาปรับปรุงเส้นทางโดยติดไฟส่องสว่างให้ด้วย เพราะเส้นทางนี้เกิดอุบัติเหตุกันบ่อยมาก
ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าทำการตรวจสอบพร้อมเก็บรวบรวมหลักฐานสอบถามพยานในที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป

(ภาพ/ข่าว สราวุธ ตั้งประเสริฐ พะเยา )

Close