ผบ.ตร.สั่ง!!บินด่วน!! สุพรรณบุรี สร้างความเชื่อมั่นครอบครัวเด็ก 14 ปี เหยื่ออนาจาร ตั้ง คกก.สอบตำรวจ

ผบ.ตร.สั่ง!!บินด่วน!! สุพรรณบุรี สร้างความเชื่อมั่นครอบครัวเด็ก 14 ปี เหยื่ออนาจาร ตั้ง คกก.สอบตำรวจ

กรณีมีการลงโพสต์ผ่านโลกโซเชียง เผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับคดีแม่และลูกสาววัย 14 ปี ที่ถูกเพื่อนของพ่อเลี้ยงพยายามล่วงละเมิดทางเพศกลางดึก แล้วฝ่ายผู้เสียหายเกรงว่าคดีจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะอีกฝ่ายเข้าแจ้งความกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เข้าพบนายพัน(ขอสงวนนามสกุล)อายุ 49 ปี ชาวบ้าน ต.ด่านช้าง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เจ้าของโพสต์ดังกล่าว ให้ข้อมูลว่าเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา ระหว่างตนไม่อยู่บ้าน ภรรยาโทรศัพท์มาแจ้งขอความช่วยเหลือ ระบุว่าถูกนายตั้ม (ขอสงวนนามสกุล)เพื่อนที่รู้กจักกันบุกเข้ามาในห้องพยายามที่ล่วงละเมิดทางเพศและขอมีเพศสัมพันธ์กับภรรยา และลูกสาววัย 14 ปี ก่อนที่ตนจะรีบเดินทางไปที่บ้าน พบพลเมืองดีช่วยกันจับตัวนายตั้มไว้ได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 พ.ค.พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.7 พล.ต.ต.เกรียงไกร วุฒิพานิช ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ลงพื้นที่คลี่คลายคดี หลัง ผบ.ตร.สั่ง ภ.7 เร่งสอบสวนหาข้อเท็จจริง โดย พล.ต.ต.นัยวัฒน์ กล่าวว่ากรณีเหตุกระทำอนาจารในพื้นที่ หมู่ 3 ต.ด่านช้าง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ปรากฏตามสื่อต่างๆในหลายประเด็น เรื่องนี้ ทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง ผบช.ภ.7 มีความห่วงใยเรื่องนี้เป็นอย่างมาก จึงมอบหมายตนและคณะลงมาดูที่เกิดเหตุและรายละเอียดต่างๆด้วยตัวเอง โดยกองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจที่เกิดเหตุซ้ำอีกรอบ พร้อมพูดคุยกับมารดาของผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้หญิง ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุและนายพัน สามีและเป็นพ่อเลี้ยงของ ด.ญ.วัย 14 ปี เราลงมาดูแลตรงนี้เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่าเราจะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริง และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยรวดเร็วและทำให้ครบถ้วน

นอกจากนี้ตนยังได้นำทีมฝ่ายกฎหมายของกองคดี ภ.7 มาตรวจสำนวนเพิ่มเติมการสอบสวนให้ครบถ้วนโดยละเอียดอีกครั้ง สำหรับเรื่องนี้ ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหานายตั้มไปแล้วในข้อหากระทำอนาจารบุคคลที่อายุเกินกว่า 15 ปี และกระทำอนาจารต่อบุคคลที่ไม่ถึงอายุ 15 ปี อีก1 ข้อหา และยังอยู่ในระหว่างดำเนินการสอบพยานที่จะแจ้งข้อหากับผู้ต้องหารายนี้เพิ่มเติมให้ครบถ้วนรวมถึงเหตุการณ์หลังจากที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้วครั้งแรก โดยนายตั้ม ได้โพสต์ข้อความลงในเฟสบุ๊ก ซึ่งอาจจะเข้าข่ายความผิด เราก็จะดำเนินการให้ครบถ้วนเช่นกัน ขอยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างรวดเร็ว และคาดว่าจากการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานซึ่งตอนนี้พนักงานสอบสวน ของสภ.ด่านช้าง ได้ดำเนินการคืบหน้าไปมาก ทั้งการสอบพยาน การตรวจร่องรอยบาดแผล และส่งตรวจประวัติของผู้ต้องหา ซึ่งได้รับคว่ามร่วมมือจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สามารถที่จะตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว
และประเด็นที่มีข่าวออกมาว่าจะมีการไกล่เกลี่ยกับคู่กรณีนั้น จริงๆแล้วคดีแบบนี้เป็นคดีที่ยอมความไม่ได้ และตำรวจเองไม่ได้มีแนวทางที่จะให้ไกล่เกลี่ยใดๆทั้งสิ้น อาจจะมีการรับฟังที่คลาดเคลื่อนจากหลายๆฝ่าย และเป็นความกังวลใจจากผู้เสียหายซึ่งได้ทำความเข้าใจและพูดคุยกับผู้เสียหายอย่างชัดเจนไปแล้ว ซึ่งมีความเข้าใจในประเด็นนี้แล้ว สำหรับการกระทำของตำรวจในช่วงแรกซึ่งอาจจะมีการพูดจาหรือทำอะไรให้เกิดความเข้าในคลาดเคลื่อนไปบ้างก็ดี ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดกระแสและเกิดความเสียหายในภาพรวมได้ เรื่องนี้ ทาง ผบช.ภ.7 ได้มอบให้ พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.7 เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ถ้าตำรวจดำเนินการหรือมีพฤติการณ์ที่ไม่ถูกต้อง จะดำเนินการทางวินัยและอาญาโดยครบถ้วนเช่นกัน นอกจากนี้ยังได้สอบพยานเพิ่มเติม พร้อมสั่งการให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาบุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืน พร้อมนำตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาด้วย

นันทชัย – รัชนีกร สุพรรณบุรี รายงาน

Close