ฟาร์มกล้วยไม้โอด พิษโควิดต้นทุนปุ๋ยยาค่าขนส่งพุ่ง ฟาร์มต้องดิ้นทุกอย่างเพื่ออยู่รอด

ราชบุรี – ฟาร์มกล้วยไม้โอด พิษโควิดต้นทุนปุ๋ยยาค่าขนส่งพุ่ง ฟาร์มต้องดิ้นทุกอย่างเพื่ออยู่รอด

ช่วงโควิดกว่า 2 ปีส่งผลกระทบสวน-ผู้ส่งออกกล้วยไม้ เกษตรกรรายย่อย ส่อเลิกกิจการเหตุแบกรับต้นทุนไม่ไหว ตลาดในประเทศกำลังซื้อลด ราคาตกต่ำ วอนรัฐหามาตรการสนับสนุนอย่างจริงจัง

วันนี้ (10 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง บริษัทกล้วยไม้ไทย จำกัด ที่ตั้งอยู่เลขที่ 254 หมู่ 5 ต.บัวงาม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นฟาร์มกล้วยไม้ส่งออกรายใหญ่ของ อ.ดำเนินสะดวก ที่ดำเนินกิจการมานาน 30 ปี เนื้อที่กว่า 350 ไร่ ส่งออกไปมากกว่า 10 ประเทศ โดยนายมาโนชญ์ บวรวิวรรธน์ อายุ 34 ปี เจ้าของฟาร์ม กล่าวว่า ตนเป็นรุ่นที่ 2 สืบทอดมาจากคุณพ่อ จุดเริ่มต้นจากการเลี้ยงกล้วยไม้บนเนื้อที่แค่ 1 ไร่ จนมาถึงปัจจุบันพัฒนามาจน 350 ไร่ ทำส่งทั้งตลาดภายในและนอกประเทศ ล้มลุกคลุกคลานแก้ปัญหากับการเลี้ยงกล้วยไม้มาตลอด

นายมาโนชญ์ ยังกล่าวว่า การปลูกกล้วยไม้ต้องใช้เวลา 6-8 เดือนถึงจะตัดขายได้ ที่ฟาร์มจะส่งออกอยู่ 2 สายพันธุ์คือสกุลหวายและสกุลแวนด้า ซึ่งเป็นที่ยอดนิยม ซึ่งจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อรายได้ของชาวสวน และผู้ประกอบการส่งออก โดยชาวสวนที่ประสบภาวะขาดทุน จนทำให้เลิกกิจการไปก็มี บางรายต้องดิ้นรนปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด ส่วนตนซึ่งเป็นผู้ประกอบการส่งออกด้วยได้รับผลกระทบแน่นอน เพราะไม่สามารถส่งออกกล้วยไม้ได้ ตนจึงปรับกลยุทธ์เพื่อให้ฟาร์มอยู่รอด ทั้งนำผลผลิตกระจายออกจากฟาร์มให้มากที่สุดเช่น เปิดตลาดออนไลน์, ทำโครงการปันสู่ชุมชน, บริจาคให้ทางรพ. เป็นต้น ทางเกษตรกรปลูกกล้วยไม้ต้องต่อสู้ดิ้นรนกันมาตลอด

นายมาโนชญ์ ยังกล่าวต่ออีกว่า พอหมดจากช่วงโควิดเปิดประเทศ สามารถส่งออกได้ แต่ยังมีปัญหาราคาปุ๋ย-ยา และน้ำมัน ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีว่าจะหยุด ซึ่งทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น เพราะตั้งแต่เกิดโรคโควิด-19 ระบาด รัฐบาลยังไม่มีมาตรการการช่วยเหลือเยียวยาเลย ทั้งผู้ส่งออกและเกษตรประสบภาวะขาดทุน อยากให้รัฐบาลช่วยสนับสนุนหรือทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้เกษตรกรเดินหน้าต่อไปได้  ตนมั่นใจและเชื่อว่ากิจการกล้วยไม้ของไทยเราไปได้อีกไกล

สุจินต์ นฤภัย(เต้) จ.ราชบุรี

Close