รอง ผบ.ตร.ร่วมแถลงผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมในห้วงก่อนเทศกาลปีใหม่

สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จงสุราษฎร์ธานี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ และนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกันแถลงผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมในห้วงก่อนเทศกาลปีใหม่และยุทธการบังคับใช้กฎหมายตามแผนพลิกฟื้นผืนป่าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ท้องที่ อ.เกาะสมุย เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี

พล.ต.ต. อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ผลการจับกุมย้อนหลัง 3 เดือน เดือนตุลาคมจับกุมอาวุธปืน 126 ราย ยาเสพติด 955 ราย การพนัน 62 ราย เดือนพฤศจิกายนจับกุมอาวุธปืน 136 ราย ยาเสพติด 953 ราย การพนัน 40 ราย และเดือนธันวาคมระหว่างวันที่ 1-18 ธันวาคม จับกุมอาวุธปืน 93 ราย ยาเสพติด 629 ราย การพนัน 23 ราย รวมจับกุมอาวุธปืน 355 ราย ยาเสพติด 2,537 ราย และการพนัน 125 ราย ขณะที่ผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมวันที่ 14-18 ธันวาคม จับกุมอาวุธปืน 33 ราย ผู้ต้องหา 33 คน ยาเสพติด 205 ราย ผู้ต้องหา 220 คน การพนัน 19 ราย ผู้ต้องหา 27 คน รวมผลการจับกุม 257 ราย ผู้ต้องหา 280 คน

พล.ต.ต.อภิชาติกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันผลการสอบสวนคดีป่าไม้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภ.เกาะสมุยปี 2558 รับ 2 คดี เสร็จสิ้น 2 คดี ปี 2559 รับ 6 คดี เสร็จสิ้น 2 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน 4 คดี ปี 2560 รับ 14 คดี เสร็จสิ้น 2 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน 12 คดี ท้องที่ สภ.บ่อผุด ปี 2559 รับ 2 คดี เสร็จสิ้น 1 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน 1 คดี และปี 2560 รับ 1 คดี ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ท้องที่ สภ.เกาะพะงัน ปี 2558 รับ 3 คดี เสร็จสิ้นทั้งหมด ปี 2559 รับ 13 คดีเสร็จสิ้น 6 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน7คดี ปี 2560 รับ 7 คดี เสร็จ 4 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน 1 คดี รวมรับคำร้องทุกข์ปี 2558-2560 ของ สภ.ทั้ง 3 แห่ง รับทำร้องทุกข์ 45 คดี สอบสวนเสร็จสิ้น 20 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน 25 คดี
ขณะที่ พ.ต.อ.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบก.ตม.6 กล่าวว่า ผลปฏิบัติการระดมกวาดล้างอาชญากรรมและต่างด้าวที่อยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย ห้วงระหว่างวันที่ 13 พฤศจิกายนถึงวันที่ 18 ธันวาคม จับกุมชาวต่างชาติอยู่เกินกฎหมายกำหนดหรือโอเวอร์สเตย์ 328 ราย จับกุมตามหมายจับของต่างประเทศ (เมืองนิส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองและขนส่งโดยไม่ได้รับอนุญาต) จับกุมความผิดอาญาอื่นๆ 33 ราย ข้อหาหลบหนีเข้าเมือง 46 ราย รวมจับกุมทั้งสิ้น 405 ราย ทั้งนี้ จากการกวาดล้างจับกุมพบชาวญี่ปุ่นอยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ถึง 4,800 วันและชาวอินเดียอยู่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดมากกว่า 1,000 วัน ได้ดำเนินการตามกฏหมายแล้ว แต่จากการตรวจสอบพบว่าเป็นลักษณะของการมาพำนักและติดใจประเทศไทยไม่อยากเดินทางกลับ ขณะที่บางรายใช้วีซ่านักท่องเที่ยวเพื่อเข้ามาทำงานโดยพบในกลุ่มชาวอินเดีย อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบยังไม่พบนัยสำคัญด้านความมั่นคง
นอกจากนี้ได้บูรณาการเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สำหรับปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า หรือการบังคับใช้กฎหมายกรณีที่ตรวจพบว่ามีผู้กระทพความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ในเขต อ.เกาะสมุย และ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีการประชุมและ ตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย ใน อ.เกาะสมุย จับกุม โครงการเดอะเวฟ 2 (นายทุนชาวจีน) บริเวณท้องที่ หมู่ 2 บ้านละไม ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย ลักษณะเป้าหมาย ที่มีการแผ้วถางปรับพื้นที่อยู่บนที่สูงชัน เป็นภูเขาหิน เนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ เจ้าของมีเอกสารเป็นโฉนดที่ดิน ประมาณ 12 ไร่ บุกรุกพื้นที่ป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้พุทธศักราช 2484 เนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน 58 ตารางวา คิดเป็นค่าเสียหาย 239,700 บาท
บริษัท โธมัสมอร์ (นายทุนชาวอิสราเอล) ท้องที่ หมู่ 2 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย บริเวณ หาดแหลมสน สภาพพื้นที่เป็นหาดทรายงอก มีการก่อสร้างกำแพงปูน เพื่อกันน้ำทะเล จากการสืบหาข้อมูลพื้นที่ดังกล่าวมีเอกสารเป็นโฉนดที่ดิน อาจออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (มากกว่าหลักฐาน ส.ค.1 เดิม) เบื้องต้นตรวจสอบการได้มาของโฉนด น่าจะไม่ถูกต้อง และมีการก่อสร้างอาคารปิดเส้นทางที่ชาวบ้านใช้สัญจร ทำให้ประชาชนเดือดร้อนประมาณ 40 หลังคาเรือน พื้นที่บุกรุกเกินจากเอกสารสิทธิ 42 ตารางวา คิดเป็นค่าเสียหาย 10,500 บาท

อ.เกาะพะงัน จับกุมรีสอร์ตแห่งหนึ่ง มีเจ้าของเป็นชาวไทย เนื้อที่ประมาณ 4-3-87 ไร่ สิ่งปลูกสร้าง 12 หลัง รีสอร์ตไม่ทราบเจ้าของ เนื้อที่ประมาณ 3-3-14 ไร่ มีสิ่งปลูกสร้าง 15 หลัง สะพานไม้สร้างบนแนวโขดหินด้านทิศเหนือ ยาว 98 เมตร กว้าง 1.5 เมตร เนื้อที่ 0-0-36 ไร่ สะพานไม้สร้างบนแนวโขดหินด้านทิศใต้ ยาว 289 เมตร กว้าง 1.5 เมตร เนื้อที่ 0-1-08 ไร่ นอกจากนี้ยังตรวจพบการพังทลายของดินที่เกิดจากการเตรียมพื้นที่ก่อสร้างสนามบินของบริษัทกานนิธิ จำกัด ดำเนินคดีข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่า โดยพบว่าดินดังกล่าวได้ถล่มลงไปก่อให้เกิดความเสียหายกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เช่น ปะการัง เป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มอบหมายให้ นายสนธยา ประไพรทรัพย์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีต่อไป

รวมทั้งได้ตรวจสอบ หาดริ้นรีสอร์ต ท้องที่หมู่ 6 ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน มีการก่อสร้างอาคารอยู่บนโขดหิน ล้ำไปในทะเล ไลท์เฮ้าส์ รีสอร์ต ท้องที่หมู่ 6 ต.บ้านใต้ อ.เกาพะงัน มีการก่อสร้างอาคารอยู่บนโขดหิน ล้ำไปในพื้นที่ทะเล รวมพื้นที่บุกรุก 9-0-45 ไร่ คิดเป็นค่าเสียหาย 100,000 บาท/ไร่ มูลค่าความเสียหายทางการกระทำของกลุ่มนายทุนดังกล่าว เป็นความผิดฐาน ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เข้าไปยึดถือ ครอบครอง รวมตลอดถึงการก่นสร้างหรือเผาป่า ทำด้วยประการใด ให้เป็นอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด หรือที่ทราย หรือทำด้วยประการใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน ทำไม้หรือเผา หรือทำอันตรายโดยประการใดๆ แก่ไม้หวงห้ามในป่า โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และประมวลกฎหมายที่ดิน
นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบตลอด 1 ปี พบว่ามีรีสอร์ต ที่พัก สิ่งปลูกสร้าง รุกล้ำพื้นที่ที่ไม่น่าจะออกเอกสารสิทธิให้ได้ในเกาะพะงันและเกาะสมุย ประมาณ 50 จุด จากนี้จะเข้าตรวจสอบ โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า หลายแห่งการก่อสร้างการใช้น้ำทำลายสิ่งแวดล้อมโดยน้ำที่ปล่อยลงสู่ทะเลไม่ผ่านการบำบัดทำลายทรัพยากรชายฝั่ง

ขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า นับจากนี้ไปจะระดมกำลังทุกภาคส่วน แปรภาพถ่ายดาวเทียมตรวจสอบการรุกล้ำ แผ้วถางพื้นที่ขัดคำสั่ง คสช. จากนี้ 1 เดือนจะดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จ

Close