ราชบุรี!!หนุ่มใหญ่พลิกชีวิต ปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ สร้างรายได้หลักแสน”

หนุ่มใหญ่พลิกชีวิต ปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์สร้างรายได้หลักแสน

หนุ่มใหญ่พลิกชีวิต จากการดูรายการเกษตรทางโทรทัศน์ช่องหนึ่ง จนหันมาทำเกษตรปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ปลอดสารพิษ 7 ชนิด ลองผิดลองถูก จนสร้างรายได้เกือบแสนต่อเดือน มั่นใจต้องไปได้ดีเพราะเหตุผลกระแสความนิยมบริโภคอาหารสุขภาพ หันใส่ใจสุขภาพอนามัยของตนเองมากขึ้น

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 61 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ไร่กอเซ็ม 88/8 ม.7 บ้านห้วยศาลา ต.ยางหัก อ.ปากท่อ .จราชบุรี ซึ่งปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ปลอดสารพิษ บนพื้นที่ 25 ไร่ โดยมีนายกอเซ็ม สาริกาขำ อายุ 62 ปี เป็นเจ้าของไร่กอเซ็ม ทั้งนี้ผักที่นายกอเซ็มปลูกนั้นเป็นผักประเภทสลัด 6 ชนิดเช่น กรีนโอ๊ค เธดโอ๊ค คอส ฟิลเล เรดคอรัล และบัตเตอร์เฮด ส่วนอีกหนึ่งชนิดเป็นผักขึ้นฉ่าย เพื่อรองรับความต้องการของตลาด โดยผักที่ปลูกในไร่กอเซ็ม จะส่งให้กับโรงแรมชั้นนำเกือบทั่วประเทศ และตามห้างต่างๆ เกือบทั่วประเทศเช่นกัน ซึ่งจากการทดลองปลูกแบบผิดๆถูกๆ จนสามารถปลูกเป็นธุรกิจสร้างรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน ปัจจุบันสามารถปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ได้ 750 โต๊ะ และสามารถเก็บผลผลิตส่งให้กับโรงแรม และห้างสรรพสินค้าๆ ทั่วประเทศ วันละ 10-20 โต๊ะ

ทั้งนี้ที่ไร่กอเซ็ม ยังมีการควบคุมการผลิตและพัฒนาการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ที่เรียกว่าอย่างปลอดภัย ตั้งแต่เริ่มต้นการเพาะเมล็ด การเพาะกล้า การลงปลูก จนถึงการเก็บผลผลิต โดยมีการควบคุมตรวจสอบคุณภาพทุกขั้นตอน ทั้งการควบคุมอุณหภูมิ แสง อากาศ และการใส่ปุ๋ย จนแม้ถึงขั้นตอนการเก็บเกี่ยวผลผลิต ก็ยังมีการควบคุมอากาศ ซึ่งผักที่ไม่ได้คุณภาพ ทางไร่กอเซ็มก็จะนำผักไปเลี้ยงแพะเป็นการสร้างรายได้จากการเลี้ยงสัตว์อีกทางหนึ่งด้วย

โดยนายกอเซ็ม สาริกาขำ เจ้าของไร่กอเซ็มผักไฮโดรโปนิกส์ กล่าวว่า… ความเป็นมาของไร่กอเซ็ง ได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 54 ที่ ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ค่อยเป็นค่อยไปจนปัจจุบันปี 61 ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ 750 โต๊ะ ซึ่งโต๊ะหนึ่งมีความกว้าง 150 เซ็นติเมตร ยาว 120 เมตร ซึ่งรองรับปริมาณที่จะส่งให้กับลูกค้าตามห้างสรรพสินค้า ตามจังหวัดภาคใต้และตามโรงแรมต่างๆ ที่อาหารเช้าเค้าต้องใช้ผักตัวนี้ โดยเริ่มจากปี 50 ผมดูจากทีวีช่อง 5 เค้ามีการแนะปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ และปลูกแบบประหยัดโดยปลูกจากกระบอกไม้ไผ่ ซึ่งตรงนั้นและครับเป็นจุดเริ่มต้น เราเริ่มจะมาลองทำดู จึงหันมาปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ และเนื่องจากในระยะนั้นธุรกิจนี้ยังไม่ได้รับความนิยม แต่ผมเชื่อว่ากระแสความนิยมบริโภคอาหารสุขภาพ หันใส่ใจสุขภาพอนามัยของตนเองมากขึ้น เมื่อมีความสนใจบริโภคอาหารสุขภาพมากขึ้น ผักไฮโดรโปนิสก์ก็จะได้รับความสนใจมากขึ้น ซึ่งก็เป็นดังที่ผมคิดไว้ ในปี 51 ถึง 54 ผมได้เรียนรู้และทดลองปลูกทดลองผิด บ้างทีไปเรียนมาแต่กับมาปลูกผักออกมาขม กินไม่ได้ ที่ขมเพราะว่ามีการใส่สารไนเตรทเพื่อให้ผักแข็งแรงเน่ายาก แต่ผู้บริโภคกินแล้วขม ซึ่งตอนนี้มีปัญหากันว่า ผักไฮโดรโปนิกส์มีสารตกคาจากเคมี ซึ่งสารตัวเนี้ยและที่มันตกค้าง ซึ่งทางยุโรปหรืออเมริกา เค้าจะตรวจหาสารไนเตรท เป็นอันดับแรก ซึ่งของผมคิดว่าสารไนเตรทตัวเนี้ย จะต้องลดมันลง เมื่อลดลงแล้วผักจะหวาน ต้นทุนเราก็ลดอีก ผู้บริโภคก็ดีอีกปลอดภัยอีก มันไม่ทำลายตับ ไม่ทำลายไต ของเรา นั้นและครับสิ่งนี้ทำให้เราเจริญรุ่งเรือนมาถึงทุกวันนี้ เพราะลูกค้าบอกว่าผักที่ไร่เรา ทำไมถึงหวาน นั้นและครับคือเราทำเพื่อผู้โบริภาค

ซึ่งผักของเราไปตั้งในห้างก็อยู่ได้แค่ 3 วัน แต่ถ้าพวกใบเขียวๆเข้มๆ เน่ายาก อาจอยู่ได้ถึง 10 กว่าวัน ซึ่งผมคิดว่าผู้บริโภคซึ้งไปไม่ถึง 3 วันก็บริโภคหมดแล้ว ทางผมจะไม่เน้นใส่สารไนเตรท ซึ่งเดิมทีผมเริ่มทดลองปลูกที่วังน้ำเขียว(เขาใหญ่) แต่เนื่องจากปลูกที่วังน้ำเขียวจะมีปัญหาเรื่องการเดินทางไปดูแล และมีปัญหาเรื่องค่าขนส่ง จึงมาปลูกที่ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ซึ่งอากาศที่จังหวัดราชบุรี มีความเหมาะสมในการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์อยู่แล้ว ทั้งการขนส่งก็สะดวกสบายดี ผมจึงหันมาปลูกที่ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี

ส่วนการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ นายกอเซ็ม กล่าวว่า… การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ใช้เวลา 45 วันกว่าจะได้ผลผลิต จากเมล็ดเล็กๆ เท่าเม็ดงาจนกระทั้ง 45 วันถึงเก็บผลผลิต ใช้ซึ่งต้องดูแลเค้าเป็นอย่างดี ซึ่งผักที่นี้เราได้ตัวคิวเรียบร้อย จากกรมวิชาการเกษตร

นอกจากนี้ นายกอเซ็ม ยังกล่าวอีกว่า…. ผมยินดีที่จะให้ไร่กอเซ็ม เป็นศูนย์เรียนรู้ พร้อมทั้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ให้ผู้ที่สนใจ และหน่วยงานต่างๆ มาศึกษาดูงานการเพาะเมล็ดปลูก พร้อมให้คำแนะนำตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ด้านการปลูกผักปลอดสารพิษ และเกษตรพอเพียง โดยสามารถติดต่อดูงานได้ที่ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน จีรวัชร โทร 086-344-8187

 

สุจินต์ นฤภัย (เต้)

Close