ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งยืนไม่รับพิจารณาคำร้องขอแก้คำอุทธรณ์ ของญาติผู้เสียชีวิต ในคดีฆ่าล้างครัว 8 ราย”

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่ง ยืน ไม่รับพิจารณาคำร้องขอแก้คำอุทธรณ์ ของญาติผู้เสียชีวิต ในคดีฆ่าล้างครัว 8 ศพ อดีตผู้ใหญ่บ้าน ใน อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ขณะที่ทนายความพอใจคำสั่งศาล พร้อมเดินหน้าในคดีแพ่ง สืบทรัพย์จำเลยเพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทน


จากรณีที่นายสมนึก ภัทรลิขิต ทนายความพร้อมด้วยนายจรีย์ บุตรเติบ พ่อตาของ นายวรยุทธ สังหลัง อดีต ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ที่ถูกนายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล หรือบังฟัต และพวกรวม8คน บุกสังหารโหดเสียชีวิตภายในบ้านพักพร้อมคนในครอบครัวรวม8 ศพ ได้เดินทางมาฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 8 ความอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ที่ศาลจังหวัดกระบี่ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังผู้ร้อง ได้ร่วมกันลงชื่อยื่นคำร้องขอแก้คำอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 คือนายคมสรรค์ เวียงนนท์ หรือม่อน ที่ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินศาลชั้นต้นไว้ก่อนหน้านี้ในคดี ร่วมกันฆ่าผู้อื่น รวมทั้งกรณีที่ ทางทนายความได้ยื่นคำร้องขอคุ้มครองทรัพย์สินจำเลย ที่1-6 ที่ศาลชั้นต้น ได้ตัดสินประหารชีวิต เพื่อป้องกันการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน โดยศาลอุทธรณ์ได้อ่านคำสั่งเสร็จสิ้น ในเวลา ประมาณ 11.00 น.

ทั้งนี้ เนื้อหา คำสั่งศาลอุทธรณ์ ภาค 8 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 4396/2560 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1380/61 มีใจความ ว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ผู้ร้องที่2-8 คือนายจรีย์และญาติ เพียงแต่ยื่นคำร้องขอให้บังคับ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ซึ่งเป็นคำฟ้องตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ผู้ร้องที่ 2 ถึงที่ 8 ย่อมอยู่ในฐานะโจทก์ในคดีส่วนแพ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 วรรคสอง เท่านั้น เมื่อผู้ร้องที่ 2 ถึงที่ 8 มิได้ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ ผู้ร้องที่ 2 ถึงที่ 8 ย่อมไม่มีฐานะเป็นคู่ความ อันจะมีสิทธิอุทธรณ์ในคดีส่วนอาญาได้ คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้องที่ 2 ถึงที่ 8 ในคดีส่วนอาญาชอบแล้ว ยกคำร้อง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการในคดีส่วนแพ่งต่อไป พิพากษายืน


นายสมนึก เปิดเผยภายหลังฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค8 ว่า กรณีที่ได้ยื่นคำร้อง ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งคุ้มครองทรัพย์สินของจำเลย ที่1-6 คือบังฟัต และพวกรวม6คน ที่ศาลชั้นต้น ได้ตัดสินประหารชีวิต นั้น ปรากฏว่า วันนี้ศาลอุทธรณ์ภาค8 ยังไม่มีคำสั่งออกมา มีเพียงคำสั่งในกรณีที่ผู้ร้องที่3 คือนายจรีย์ บุตรเติบ ที่ได้ยื่นคำร้อง ขอแค้คำอุทธรณ์ของจำเลยที่2 และขอให้เพิ่มโทษ จำเลย ที่ 1-7 พร้อมชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้แก่ผู้ร้อง ซึ่งศาลได้มีคำสั่ง ยืนตามศาลชั้นต้นไม่รับคำร้อง เนื่องจากผู้ร้อง ไม่ได้ เป็นโจทก์ร่วมมาตั้งแต่ต้น แม้ว่าทางผู้ร้องที่เหลือจะร่วมลงชื่อยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งแล้วก็ตาม

นายสมนึก กล่าวอีกว่า ตนก็พอใจในคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค8 ที่ออกมาในวันนี้ แม้ว่าศาลอุทธรณ์ จะไม่รับคำร้องอุทธรณ์ ในส่วนคดีอาญา เนื่องจากผู้ร้องไม่ได้เข้าเป็นโจทก์ร่วม มาตั้งแต่ต้น แต่ทราบว่า ทางอัยการ ก็ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ไว้แล้วในส่วนของคดีอาญา ที่จะเพิ่มโทษจำเลยตามความเหมาะสม จึงไม่ได้ติดใจที่จะยืนฎีกาอีก แต่ในส่วนคดีแพ่ง ในการสืบทรัพย์ของจำเลยนั้นก็ยังเดินหน้าต่อไป โดยเฉพาะเรื่องที่ดินของจำเลย ซึ่งศาลได้นัดสืบพยาน ในวันที่ 29 ม.ค.62 นี้

กระบี่//ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน

Close