วันศุกร์, 8 พฤษภาคม 2569

ผู้การนครปฐม ! นำทีมสืบสวนแถลงผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ (ตูน ท่าตำหนัก)พร้อมยาบ้ากว่า 2 แสนเม็ด ยาไอซ์น้ำหนักรวม 73 กิโลกรัม เคตามิน 2.4 กรัม

ผู้การนครปฐม ! นำทีมสืบสวนแถลงผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ (ตูน ท่าตำหนัก)พร้อมยาบ้ากว่า 2 แสนเม็ด ยาไอซ์น้ำหนักรวม 73 กิโลกรัม เคตามิน 2.4 กรัม


วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุมชั้น 3 ศูนย์ปฏิบัติการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.พัฒพงศ์ คนแรง รอง ผบก.กค.ภ.7 ปฏิบัติราชการ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริ ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.อ.ไพรัตน์ รอดทอง ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวน ฯ พ.ต.อ.ธนบดี บุญพา นวท.(สบ4)กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศพฐ.7 พ.ต.ท.อิสรภาพ แก้วชลคราม รอง ผกก.ป.สภ.นครชัยศรี พ.ต.ท.ณรงค์ แก้วศรี รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครปฐม พ.ต.ท.ฤทธิชัยปกรณ์ ดำรงอิทธิสกุล รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.อภิชัช อาระหัง สวป.สภ.เมืองนครปฐม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลจับกุมตัว นายฐิติวุฒิ หรือตูน กัณต์ฉลาด อายุ 30 ปีอยู่บ้านเลขที่ 51/34 หมู่ 1 ตำบลท่าตำหนัก อำเภอ นครชัยศรี จังหวัดนครปฐม พร้อมของกลาง เคตามีน 2.4 กรัม ยาบ้า 299,800 เม็ด ยาไอซ์ 73 กิโลกรัม ตราชั่งดิจิทัล 1 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง


โดยแจ้งข้อหาว่า “ มีวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ” และ “ จำหน่ายโดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์) โดยผิดกฎหมายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน โดยผิดกฎหมาย “
จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า ได้สั่งให้ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.นครปฐม เร่งรัดในการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดในชุมชนและแหล่งพักยาในพื้นที่จังหวัดนครปฐม จึงได้ลงพื้นที่ทำการสืบสวนและได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายฐิติวุฒิ หรือตูน กัณต์ฉลาด อายุ 30 ปีอยู่บ้านเลขที่ 51/34 ม.1 ต.ท่าตำหนัก อ.นครชัยศรี จว.นครปฐม มีพฤติการณ์ เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาเสพติดและนำยาเสพติดมาซุกซ่อน จำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ทำการสืบสวนเฝ้าติดตามดูพฤติการณ์ จนกระทั่งทราบว่าในวัน 5 พฤษภาคม 2569 นายฐิติวุฒิ หรือตูน ได้กลับมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านเช่าเลขที่ 127/74 ม.5 ต.นครปฐม อ.เมืองนครปฐม จว.นครปฐม เพื่อรอที่จะนำยาเสพติดไปจำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้าของตน
ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเช่าหลังดังกล่าว พบนายฐิติวุฒิ หรือตูน พักอาศัยอยู่ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพบเคตามีนน้ำหนักประมาณ 2.4 กรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในลิ้นชักหัวเตียง โดยผู้ต้องหารับว่าเป็นของตนเองและมีไว้เสพเป็นครั้งคราว


พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนขยายผล นายฐิติวุฒิ หรือตูน ได้ให้การรับสารภาพว่า ตนมีอาชีพรับจ้างขับรถบรรทุกสิบล้อและตนได้รับการว่าจ้างจากคนชื่อ “กุ๊ก” ให้นำยาเสพติดมาเก็บที่แหล่งพักและนำส่งให้ลูกค้าตามจุด โดยตนจะได้ค่าจ้างครั้งละ 30,000 – 50,000 บาทซึ่งตนได้ทำมาแล้วประมาณ 10 ครั้ง ส่วนเคตามีนน้ำหนักประมาณ 2.4 กรัม นั้นตนได้ซื้อมาจากเพื่อนอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เอามาไว้เพื่อเสพเท่านั้น แต่ปัจจุบันไม่ได้เสพมานานแล้ว และจะเสพก็ต่อเมื่อนอนไม่หลับเท่านั้น และนายฐิติวุฒิ หรือตูน ยังให้การรับสารภาพอีกว่าตนยังมีบ้านเช่าอีกแห่งบ้านเช่าเลขที่ 67/173 หมู่ 4 ตำบล ท่าตำหนัก อำเภอ นครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ซึ่งตนใช้เป็นสถานที่เก็บยาเสพติด ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ทำการขยายผล นำกำลังเข้าตรวจค้นพบยาบ้า 150 มัด รวมประมาณ 299,800 เม็ด และยาไอซ์ จำนวน 73 ห่อ น้ำหนักรวมประมาณ 73 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวจึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน
พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม เปิดเผยอีกว่า การจับกุมในครั้งนี้เป็นผลจากการบูรณาการกำลังร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองจังหวัดนครปฐม ในการเอ็กซ์เรย์พื้นที่สุ่มเสี่ยง เช่น แหล่งพักยาเสพติด บ้านเช่า และโกดังต่าง ๆ เพื่อป้องกัน ไม่ให้พื้นที่จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมรอยต่อระหว่าง กรุงเทพมหานคร และเส้นทางลงสู่พื้นที่ภาคใต้ ถูกใช้เป็นแหล่งพักคอยและลำเลียงยาเสพติดไปยังพื้นที่อื่น พร้อมฝากประชาสัมพันธ์ต่อสื่อมวลชน เพื่อเผยแพร่ข้อมูลไปยังพี่น้องประชาชนที่มีกิจการบ้านเช่า ห้องเช่าและโกดังให้เช่า ให้หมั่นดูแลตรวจสอบสถานที่ของตนเองที่ปล่อยให้ผู้อื่นเช่า เพื่อป้องกันมิจฉาชีพหรือเครือข่ายยาเสพติดใช้เป็นแหล่งอบายมุข ประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย รวมถึงเป็นสถานที่พักซุกซ่อนยาเสพติดดังเช่นผู้ต้องหาในคดีนี้

Loading