วันพฤหัสบดี, 1 ตุลาคม 2569

“รอง ผบ.ตร. มอบหมาย จเรตำรวจ ผนึกกำลัง ภ.7-ฝ่ายปกครอง ช่วยผู้ประสบอุทกภัยสุพรรณบุรี พร้อมกำชับทุกพื้นที่เตรียมรับสถานการณ์ฝนหนัก”

“รอง ผบ.ตร. มอบหมาย จเรตำรวจ ผนึกกำลัง ภ.7-ฝ่ายปกครอง ช่วยผู้ประสบอุทกภัยสุพรรณบุรี
พร้อมกำชับทุกพื้นที่เตรียมรับสถานการณ์ฝนหนัก”


วันนี้ (28 ก.ย. 2569) เวลา 08.00 น. พล.ต.ต.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ จเรตำรวจ ซึ่งได้รับมอบหมาย
จาก พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ให้รับผิดชอบการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่
ตำรวจภูธรภาค 7 ลงพื้นที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความ
เดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย
การปฏิบัติครั้งนี้ เป็นการบูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจภูธรภาค 7 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 โดยมี พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พร้อมกำลังตำรวจในพื้นพื้นที่
ฝ้ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนจิตอาสา ร่วมกัน จัดตั้งโรงครัวจิตอาสาพระราชทาน
บริเวณด้านหลังสถานีตำรวจภูธรบางตาเถร อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อประกอบอาหารและนำสิ่งของจำเป็นไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย


พล.ต.ท.ศิร์ธัชเขต กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้ประชุมมอบนโยบายเมื่อวันที่
26 กันยายน 2569 กำชับให้ตำรวจทุกพื้นที่เตรียมความพร้อมและเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความ
เดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย โดยตนได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร…ให้รับ
การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 7 จึงได้ประสานการปฏิบัติกับ พล.ต.ต.พิสิฐ ตันประเสริฐ
ผบช.ภ.7 และ พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี รวมถึงนายรัชกฤต พยัคฆ์ นายอำเภอสองพี่น้อง
เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างตำรวจ ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนจิตอาสา
โดยมุ่งหมายให้การช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง สำหรับการช่วยเหลือในครั้งนี้ โรงครัว
จิตอาสาพระราชทานได้จัดทำอาหารกว่า 600 กล่อง พร้อมถุงยังชีพ 80 ถุง และน้ำดื่ม 1,700 ขวด นำไปมอบ
ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่บ้านแหลม หมู่ที่ 1 และบ้านช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านช้าง อำเภอสองพี่น้อง
จังหวัดสุพรรณบุรี โดยได้รับความร่วมมือจากนายรังสิต กลิ่นสุข นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านช้าง
นำสิ่งของมาร่วมแจกจ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่


ต่อมาในช่วงบ่าย นายธนเดช ก้อนทองคำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกุ่ม ได้นำสิ่งของมาร่วม
สมทบ เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่บ้านโพธิ์ หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 3 ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี รวมประมาณ 300 หลังคาเรือนพล.ต.ท.ศิร์ธัชเขต กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการลงพื้นที่พูดคุยกับผู้นำชุมชนและประชาชน ทำให้ได้รับทราบสภาพปัญหาและความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นโดยตรง พร้อมประสานทุกภาคส่วนให้ระดมความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง


โดยมีทั้งฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และภาคประชาชน นำสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้ามา
สนับสนุน เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง”เมื่อประชาชนเดือดร้อน สิ่งสำคัญที่สุดคือความรวดเร็ว การช่วยเหลือต้องเริ่มได้ทันที ไม่ต้องรอให้ประชาชนร้องขอ ตำรวจต้องลงไปดูให้เห็นสภาพปัญหาจริง ประสานทุกภาคส่วน และนำสิ่งที่จำเป็นเข้าไปช่วยเหลือให้ถึงประชาชนโดยเร็วที่สุด” พล.ต.ท.ศิร์รัชเขต กล่าวนอกจากการช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรีแล้ว พล.ต.ท.ศิร์ธัชเขต ยังได้กำชับให้หน่วยตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 7 ติดตามสถานการณ์ฝนและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ทราบว่า ผบช.ภ.7 ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพิ่มการตรวจตรา ดูแลความปลอดภัย โดยเฉพาะจุดที่ประชาชนนำรถและทรัพย์สินขึ้นมาไว้บนพื้นที่สูงหรือริมถนน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและอาชญากรรมช้ำเติม พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในพื้นที่น้ำท่วม หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น หรือพบประชาชนได้รับความเดือดร้อน ให้ผู้บังคับบัญชาไมพื้นที่ สามารถตัดสินใจนำกำลังและอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันที ทั้งการอพยพประชาชน การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร การดูแลเส้นทาง การช่วยเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน ตลอดจนการรักษาความปลอดภัยใน
ชีวิตและทรัพย์สิน โดยให้ถือความปลอดภัยของประชาชนเป็นภารกิจสำคัญอันดับแรก
พล.ต.ท.ศิร์ธัชเขต กล่าวว่า การช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดย
ตำรวจภูธรภาค 7 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ก.7 ไห้ความสำคัญกัญกับการดูแลและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และพร้อมสนับสนุนกำลังตำรวจในพื้นที่ให้สามารถปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ


“สถานการณ์ขณะนี้ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ทุกหน่วยต้องไม่ประมาท ต้องรู้ว่าพื้นที่ใดเสี่ยง
ประชาชนกลุ่มใดต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ และมีอะไรที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า เราจะไม่รอให้เกิดเหตุแล้วจึง
เข้าไปแก้ไข แต่ต้องเตรียมคน เตรียมอุปกรณ์ และเตรียมแผนให้พร้อม เมื่อประชาชนต้องการความช่วยเหลือ
ตำรวจต้องไปถึงให้เร็วที่สุด” พร้อมย้ำว่า”ตำรวจภูธรภาค 7 จะอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์
ประสานพลังจากทุกภาคส่วน เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และบรรเทาความเดือดร้อนของ
ประชาชนอย่างเต็มกำลัง”

Loading