อัจฉริยะสมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา”เตรียมเปิดศูนย์ช่วยเหลือเหยื่อนอาชญากรรม”

อัจฉริยะสมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา เตรียมเปิดศูนย์ช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมที่สุพรรณบุรี

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 6 ก.ย. อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 182 หมู่ 7 ต.สำโรงกลาง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางไปที่ปั้มน้ำมัน ปตท.หลักเมือง ถ.มาลัยแมน ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ของนายสรชัด สุจิตต์ สส.สุพรรณบุรี เขต 1 พรรคชาติไทยพัฒนา เพื่อสมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาและดูความคืบหน้าการเปิดศูนย์ช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม


โดยนายอัจฉริยะ กล่าวว่า ศูนย์ช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เพื่อช่วยเหลือคนจน ดังกล่าวจะมีประโยชน์ต่อประชาชนทั่วประเทศ คนไทยที่ยากจนและเกิดความเลื่อมล้ำระหว่างคนกับคนรวยจะเหลือน้อยลง เพราะคนจนการเข้าถึงเจ้าหน้าที่รัฐในเข้าถึงยาก รวมทั้งไม่มีเงินและไม่มีความรู้ด้านกฎหมายและศูนย์นี้จะมีความคล่องตัวและทำได้ดีกว่าหน่วยงานราชการที่มีขั้นตอนมาก มีความเชี่ยวชาญในด้านทำคดีต่างๆ โดยเฉพาะถ้าเป็นเคสสำคัญ และผู้ถูกกระทำยากจนและถูกรังแกจริงๆ เราจะรีบดำเนินการให้จะได้สิทธิในการช่วยเหลือได้เร็วกว่า

ดังนั้นประชาชนสามารถมาร้องที่ศูนย์ฯนี้ได้โดยให้การบริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น โดยจะมีทั้งทนายความ สื่อมวลชน เป็นต้น จะทำให้คนได้รับโอกาสในการช่วยเหลืออย่างเต็มที่เท่าเทียมกับคนรวย และคนที่จะมาร้องที่ศูนย์ต้องเป็นคนจนเท่านั้น คนรวยไม่มีสิทธิเข้าศูนย์ฯนี้ และที่สำคัญต้องเป็นคดีที่ยังไม่เคยขึ้นศาล รวมทั้งคดียาเสพติด และคดีค้ามนุษย์เป็นต้น เราไม่รับทำให้ อย่างไรก็ตามต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่าย ตนโชคดีที่มาสมัครเป็นสมาชิกของพรรคชาติไทยพัฒนาที่สุพรรณบุรีด้วย จึงมีโอกาสพูดคุยกับ นายสรชัด สุจิตต์ สส.สุพรรณบุรี เขต.1 พรรคชาติไทยพัฒนา และเป็นผู้สนับสนุนเรื่องสถานที่ในการเปิดศูนย์ช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมทั้งประเทศที่บริเวณภายในปั้มน้ำมัน ปตท.ในครั้งนี้ ส่วนเหตุผลที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนานั้น ตนมองว่าอุดมการณ์ของพรรคชาติไทยพัฒนานั้นมีอุดมการณ์ตรงกันคือการช่วยเหลือคนยากจนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และจุดหนึ่งยังเป็นเซนต์เตอร์ที่จะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้เป็นจำนวนมาก และมีเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมที่จะรองรับประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมทั่งประเทศอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตามคาดว่าศูนย์ฯดังกล่าวจะแล้วเสร็จและสามารถเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการได้ประมาณเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเชื่อว่าจะมีประชาชนคนยากจนจะได้รับความเป็นธรรมอีกจำนวนมาก

ทีมข่าวสุพรรณบุรี / รายงาน

Close