ประจวบคีรีขันธ์!!ชาวเน็ตปลื้มสารวัตรเอก”ใช้เมตตาแก้ปัญหานักเรียน ม.3 โดนจับปรับรถท่อดัง ทะเบียนขาด”

ชาวเน็ตปลื้มสารวัตรเอกใช้ความเมตตาแก้ปัญหานักเรียน ม 3 โดนจับปรับรถท่อดังทะเบียนขาด

วันที่ 17 สิงหาคม พ.ต.ท.เอกราช หุ่นงาม รอง ผกก.ป. สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ หรือ สารวัตรเอกนายตำรวจชื่อที่โด่งดังจาการคัดค้านกฎหมายห้ามนั่งท้ายรถกระบะ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “สารวัตรเอก หุ่น “ระบุว่า เมื่อตอนเย็นเลิกงานเดินลงจากโรงพัก ฝนกำลังตก เดินถึงมุมตึกโรงพัก มีเด็กนักเรียนสองคนยืนอยู่ เด็กคนหนึ่งกำลังพูดโทรศัพท์มือถือ ผมก็เดินผ่านไป แต่เผอิญหูไปได้ยินเสียงเด็กพูดมือถือว่า ตำรวจเ – ย ใจร้าย มันไม่ฟังกูเลย ผมก็จะเดินผ่านไปแบบไม่สนใจ แต่กับได้ยินซ้ำอีกสองสามครั้งคือตำรวจเ – ย ผมไม่อาจเดินต่อไปได้ ด้วยความโมโหว่าเด็กนี่ทำไมก้าวร้าว จึงเดินกลับไปถามว่ามีอะไรกัน เมื่อกี้พูดว่าอะไร เด็กคนนั้นหน้าซีดเผือด นิ่งไม่กล้าพูดอีก อาการกลัวอย่างแรงเกิดขึ้นกับเด็กคนนั้นอย่างเห็นได้ชัด ผมจึงระงับความโกรธแล้วถามว่า มายืนทำอะไรกันอยู่ตรงนี้ เด็กคนนั้นตอบว่า ตำรวจยึดรถผม ผมไม่มีรถกลับบ้าน

“ ผมถามว่า ยึดข้อหาอะไร เขาบอกท่อเสียงดังกับไม่ต่อภาษี ถามว่าบ้านอยู่ไหน เรียนที่ไหน เขาบอกเรียนโรงเรียนเทศบาลแห่งหนึ่งชั้น ม.3 บ้านอยู่ในศูนย์ฝึกสมานมิตร ผมบอกเขาว่าทำไมไม่โทรให้พ่อมารับ เขาบอกพ่ออยู่กรุงเทพ ผมถาม แล้วอยู่กับใคร เขาบอกอยู่กับยายแก่แล้ว ถามว่าตำรวจเขาจะปรับเท่าไร เด็กบอกว่าเขาจะปรับ 1,000 แล้วให้ไปต่อภาษีก่อนถึงมารับรถ ผมถามเขาว่า แล้วพ่อเราว่ายังไง เด็กบอกว่า พ่อบอกไม่มีตังให้หรอก ต่อภาษี 3,000 บาท ผมถามว่าแล้วเราจะทำยังไงต่อ เด็กบอกว่าไม่รู้ครับ ผมเลยถามว่า ถ้าผมคืนรถให้จะแก้ไขอย่างไรบ้าง เขาบอกจะไปเปลี่ยนเอาท่อเดิมมาใส่ แล้วค่อยหาเงินต่อภาษี

“ ผมก็เลยอบรมไปนิดหน่อย แล้วสั่งคืนรถให้เด็กกลับไปแก้ไข เขารู้สึกดีใจจนเห็นได้ชัด ยกมือไหว้ขอบคุณหลายครั้งก่อนกลับบ้านไป สิ่งที่ผมทำไปเพียงเพื่อลบล้างคำว่าตำรวจเ – ย ให้มันจางลงจากหัวใจเด็กบ้างก็เท่านั้นเอง!!

พ.ต.ท.เอกราช กล่าวว่า หลังมีการโพสต์ข้อความทำให้แฟนเพจจำนวนมากแชร์ข้อความ เป็นการตัดสินใจเพื่อสร้างทัศนคติที่ดีให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แลต้องการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้เด็กกลับบ้านได้ ไม่ซ้ำเติมเด็กโดยใช้กฎหมายที่ปราศจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง จากนั้นได้ใช้ความเมตตาเพื่อให้เด็กแสดงความรับผิดชอบในการกระทำที่ผิดกฎหมายจากความเป็นของแต่ละบุคคลและสถานะทางครอบครัวที่ไม่เท่าเทียมกัน และเรื่องนี้ไม่ได้ถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรง สามารถแก้ไขได้

ทีมข่าว ประจวบคีรีขันธ์

Close