วันจันทร์, 21 กันยายน 2569

ผู้ว่าชลบุรี & กมธ.ปปง.! ลุยบ้านบึง ตรวจสอบ 7 บริษัทต้องสงสัย “ นอมินี ”ต่างด้าวเส้นทางเงิน ที่ดิน 196 ล้าน

ผู้ว่าชลบุรี & กมธ.ปปง.! ลุยบ้านบึง ตรวจสอบ 7 บริษัทต้องสงสัย “ นอมินี ”ต่างด้าวเส้นทางเงิน ที่ดิน 196 ล้าน
คณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการถือครองที่ดิน โครงสร้างนิติบุคคล และเส้นทางการเงินที่อาจเกี่ยวข้องกับบุคคลต่างด้าว หรือ “นอมินี ”

วันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ห้องประชุมพระพิพิธโกไคย ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดชลบุรี นาย นริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายวงศ์วชร ขาวทอง รองประธานคณะกรรมาธิการ ตนที่ 5 นายภัครธรณ์ เทียนไชย กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ นายดาชัย เอกปฐพี โฆษกคณะกรรมาธิการ นางสาวอังสณา เนียมวณิชกุล โฆษกคณะกรรมาธิการ นาย พงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายพีรพล กนกวลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเศรษฐกิจ นายปวัน เลิศพยับ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ นายเสฐียรพงษ์ สำแดงสุข พลตรี สุชิน บุญญานันต์ นายมนูญ พรหรมลักษณ์ ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการ นายก้องชัยยุทธ เอกปฐพี ร.ต.อ.วฤนท์ หอชัยเฉลิมศักดิ์ ส.ต.อ.ดนุเดช เหมรัญ นายรวิโรจน์ สุทธา ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี ตำรวจภูธร ภาค 2 สถานีตำรวจภูธรบ้านบึง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม พระพิพิธโภไคย ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดชลบุรี


จากนั้นทางคณะกรรมาธิการฯ ได้รับฟังข้อมูลและลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน การถือครองที่ดินและการประกอบธุรกิจซึ่งอาจเกี่ยวกับการใช้บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นตัวแทนการอำพรางธุรกรรมการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน ในพื้นที่ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี หลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจพบข้อมูลบางส่วนที่อาจเชื่อมโยงกับบุคคลต่างด้าว โดยประเด็นสำคัญที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบมีทั้งธุรกรรมซื้อขายที่ดิน การถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว และโครงสร้างนิติบุคคล โครงสร้างผู้ถือหุ้น แหล่งที่มาของเงินทุน ตลอดจนผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง


นายวงศ์วชร ขาวทอง รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่ 5 เปิดเผยว่า การเดินทางลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลตรวจสอบธุรกรรมและโครงสร้างการถือครองทรัพย์สินในพื้นที่บ้านบึง โดยเฉพาะกรณีที่อาจเข้าข่ายการใช้บุคคลไทยเป็นตัวแทนถือครองที่ดินหรือประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังต้องตรวจสอบพยานหลักฐานให้ชัดเจนตามขั้นตอนของกฎหมาย
ซึ่งจากการตรวจสอบของสถานีตำรวจภูธรบ้านบึง และสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาบ้านบึง หลังได้รับคำร้องทุกข์และดำเนินคดีอาญา กรณีต้องสงสัยเกี่ยวกับการถือครองที่ดินแทนบุคคลต่างด้าว หรือ “ นอมินี ” และได้ดำเนินการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งตรวจสอบที่ดินหลายแปลงในพื้นที่พบว่าการทำสัญญาซื้อขายที่ดินจำนวน 2 โฉนด มูลค่ารวมกว่า 193.6 ล้านบาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบแหล่งที่มาของเงิน ผู้ชำระเงินจริง รวมถึงผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง เพื่อหาความเชื่อมโยงของธุรกรรมดังกล่าว ที่มีกลุ่มทุนต่างชาติออกเงินให้บุคคลสัญชาติไทยถือครองที่ดินแทน โดยได้ประสานสำนักงานที่ดินฯ ให้แจ้งเตือนทันที หากมีการยื่นทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินแปลงที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบหากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อป้องกันการใช้ช่องว่างทางกฎหมายในการถือครองทรัพย์สินหรือประกอบธุรกิจ และรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ


นายวงศ์วชร ขาวทอง รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่ 5 เปิดเผยอีกว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบข้อมูลมี 7 บริษัทที่เข้าข่ายนิติบุคคลต่างด้าว หรือ “ นอมินี ” ที่ถือครองที่ดินรวมประมาณ 23 ไร่ 0 งาน 90 ตารางวา ราคาประเมินรวมกว่า 10.7 ล้านบาท โดยใช้ประโยชน์ทั้งเป็นสำนักงาน ที่พักอาศัย โรงงาน และคลังสินค้า ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ตลอดจนผู้มีอำนาจสั่งการและผู้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่แท้จริง

Loading